‘น้องคนดี’ ไม่อาย ยืนช่วยแม่ขายหมึกย่างหน้าห้องเช่า”

ไม่ขอรับเป็นลูก พ่อแท้ๆคนทั้งประเทศรู้จัก
‘น้องคนดี’ ลูกสาว ‘แวร์ โซว’ ไม่อาย ยืนขาแข็งขายปลาหมึกหน้าห้องเช่า

เคยเป็นเรื่องช็อกวงการ เมื่อจู่ๆ อดีตนักแสดงสาวเซ็กซี่ แวร์ โซว ออกมาเปิดเผยความจริงว่าตนเองได้ตั้งท้อง กับแฟนหนุ่มแต่ดันเลิกกันก่อนที่เธอจะรู้ว่าตัวเองตั้งท้อง โดยหลังจากนั้น เธอก็ได้ไปบอกกับฝ่ายชาย

 

ไม่ใช่ว่าคาดหวังว่าจะให้เค้ามารับผิดชอบ เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเขาจะต้องตอบปฏิเสธ จนไม่รู้ว่าแท้จริงเธอท้องกับใคร และเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวมาตลอดหลายปี ตอนนี้ลูกสาวคนเดียว อย่าง น้องคนดี ก็เริ่มโตเป็นสาว

ซึ่งในตอนที่มีข่าวคึกโครมขึ้นมานั้น เธอก็ได้เปิดใจถึงพ่อของลูกว่า แท้จริงแล้วอดีตสามีของเธอคนนี้ คือคนที่เมื่อพูดชื่อแล้วทั้งประเทศจะรู้จักเขาเป็นอย่าง แต่เธอเลือกที่จะไม่พูดออกมาดีกว่า

ล่าสุด แวร์ โซว เปิดใจพร้อม น้องคนดี บอกเป็นคนคิดอยากขายปลาหมึกปิ้ง จะได้เป็นช่องทางหารายได้เสริม บอกตอนนี้ขายได้ 1 เดือนถือว่าโอเค ขอลองทำดู 3-6 เดือน ถ้ารายได้ดีอาจจะมีขยายสาขา

 

บอกวิกฤตโควิดทำต้องควักเงินเก็บมาใช้ เลยต้องมองหารายได้อื่นรองรับนอกจากงานละคร เรียกว่าเป็นคู่แม่ลูกที่สู้ชีวิตด้วยกันมาตลอด สำหรับคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวสุดสตรอง “แวร์ โซว”

ที่เวลาไปไหนมาไหนมักจะตัวติดกับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน น้องคนดี อยู่ตลอด ล่าสุดทั้งคู่หันมาทำธุรกิจขายปลาหมึกปิ้งอยู่ในอพาร์ทเมนต์ที่เจ้าตัวอาศัยอยู่นั่นเอง

เพราะด้วยสถานการณ์และสภาวะนี้ด้วย เราก็แค่พอประทังๆ เอาให้เขารู้ว่าเรามีอะไร เรามีอะไรทำนะ เรายังมีตัวตนอยู่นะ คือทุกอย่างจะอยู่ได้ไม่ได้มันก็อยู่ที่ปลาหมึกเราสด น้ำจิ้มเราอร่อย คุณภาพของเราดี

ลูกค้ากินและเขาจะพิสูจน์เองและจะกลับมาเอง บางท่านมาซื้อทุกวันก็มีค่ะ ก็รอติดต่อพวกเดลิเวอรี่ต่างๆ อยู่ด้วย เพื่อที่จะได้กระจายให้มันเยอะขึ้น ให้ออกไปได้ไกลมากขึ้น เพราะบางคนอยากทานแต่อยู่ไกลมาไม่ได้” เผยสถานการณ์ปัจจุบันยังสร้างวิกฤตอยู่เรื่อยๆ แต่ก็เริ่มปรับตัวได้แล้ว

“จริงๆ วิกฤตมันก็มีอยู่เรื่อยๆ ค่ะ (หัวเราะ) เราต้องทำใจ เพราะอย่างปีแรกโควิดก็คิดว่าคงปีเดียวแหละ พอเข้าปีที่สองก็เริ่มถอนหายใจ แต่คิดว่าเดี๋ยวก็คงจะหายไป พอเข้าปีที่สามเริ่มไม่ไหวแล้วนะ เพราะเงินที่เราเก็บ

และช่วงสถานการณ์ปีที่สองกองละครแทบจะไม่ได้ถ่ายกันเลย รายได้เราก็หาย เราก็ต้องเอาเงินเก็บออกมาใช้ พอปีที่สามก็คิดว่าเราจะรอละครอย่างเดียวไม่ได้แล้วล่ะ เราต้องเริ่มหาอะไรทำ และเราก็ต้องประหยัดให้มากขึ้น

เราต้องบริหารจัดการชีวิตให้ดีขึ้น เราต้องปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตให้มันสมดุลกับสภาวะของสังคมด้วย ของโลกด้วย ถามว่าวิกฤตยังทำให้เราหนักใจอยู่ไหม ก็หนักใจ แต่เรารับมือกับมันได้ เราเข้าใจมันแล้ว ก็เลยทำให้เราเบาใจลงค่ะ”

drtkS.md.jpg

drFg5.md.jpg

drlRr.md.jpg

 

drrQZ.md.jpg

drKdy.md.jpg

 

drGMj.md.jpg

dryqC.md.jpg

 

drBgQ.md.jpg

drcsF.md.jpg

drRTf.md.jpg

 

dru2R.md.jpg

droU6.md.jpg

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *